ทำครอบฟัน ทางเลือกของคนอยากแก้ฟันแบบจบจริง

การทำครอบฟันเป็นหนึ่งในวิธีการทางทันตกรรมที่ช่วยฟันซึ่งได้รับความเสียหายรุนแรงให้กลับมาใช้งานได้ปกติอีกครั้ง โดยเฉพาะในกรณีที่ฟันผุลึกจนไม่สามารถอุดได้ ฟันแตกหักจากการใช้งาน หรือฟันที่พึ่งผ่านกระบวนการรักษารากฟันมา หัตถการนี้เป็นการนำวัสดุที่มีรูปร่างเลียนแบบซี่ฟันเดิมมาครอบทับลงไป เพื่อทำหน้าที่เป็นโครงสร้างหลักในการรับแรงบดเคี้ยวแทนเนื้อฟันที่อ่อนแอลงไป

หลักการทำงานของการทำครอบฟัน

หลักการทำงานของการทำครอบฟันนั้นค่อนข้างแตกต่างจากการอุดฟันทั่วไป เนื่องจากการอุดฟันเป็นเพียงการนำวัสดุไปอุดในช่องว่างที่เกิดจากฟันผุ แต่การทำครอบฟันเป็นการสร้างชิ้นงานที่โอบล้อมรอบซี่ฟันไว้ทั้งหมด 360 องศา วิธีนี้จึงช่วยกระจายแรงบดเคี้ยวได้ดีกว่าและป้องกันไม่ให้ฟันที่เหลืออยู่แตกออกในระยะยาว รายงานจากสมาคมทันตแพทยศาสตร์ระบุว่าฟันที่ผ่านการรักษารากฟันควรได้รับหัตถการนี้เพื่อเพิ่มโอกาสในการรักษาฟันซี่เดิมไว้ให้ได้นานที่สุด

ประเภทของวัสดุที่ใช้ในการรักษา

วัสดุที่ใช้ในการทำครอบฟันในปัจจุบันแบ่งออกเป็นหลายประเภทตามความเหมาะสมของตำแหน่งและงบประมาณของผู้รับบริการ วัสดุกลุ่มเซรามิกล้วนหรือพอร์ซเลนได้รับความนิยมสูงสำหรับการทำฟันหน้าเพราะมีความใสและสะท้อนแสงใกล้เคียงกับฟันธรรมชาติมากที่สุด ขณะที่วัสดุกลุ่มเซอร์โคเนียมีความแข็งแรงสูงจึงเหมาะสำหรับฟันกรามที่ต้องรับแรงเคี้ยวหนัก นอกจากนี้ยังมีวัสดุประเภทโลหะล้วนหรือโลหะเคลือบเซรามิกซึ่งเป็นทางเลือกที่มีความทนทานสูงและประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากกว่าในบางกรณี

ขั้นตอนการเตรียมฟันและการใส่ชิ้นงาน

ขั้นตอนการรักษาโดยทั่วไปมักใช้การนัดหมายประมาณสองครั้ง ในการนัดหมายครั้งแรกทันตแพทย์จะกรอเตรียมผิวฟันและพิมพ์ปากเพื่อส่งข้อมูลไปยังห้องปฏิบัติการทางทันตกรรมเพื่อผลิตชิ้นงาน ในระหว่างรอชิ้นงานตัวจริงผู้รับบริการจะใส่ครอบฟันชั่วคราวไว้ก่อนเพื่อปกป้องเนื้อฟัน เมื่อชิ้นงานตัวจริงเสร็จสมบูรณ์ทันตแพทย์จะทำการยึดครอบฟันด้วยวัสดุยึดติดชนิดพิเศษเพื่อให้ชิ้นงานติดแน่นกับฟันเดิมอย่างมั่นคง

ความรู้สึกเจ็บปวดและการปรับตัวหลังทำ

สำหรับคำถามเกี่ยวกับความรู้สึกเจ็บระหว่างการทำนั้น โดยปกติทันตแพทย์จะใช้ยาชาเฉพาะจุดในระหว่างการเตรียมผิวฟัน ทำให้ผู้รับบริการไม่รู้สึกเจ็บปวดในขณะปฏิบัติงาน แต่อาจมีอาการเสียวฟันหรือระบมเล็กน้อยในช่วงสองถึงสามวันแรกหลังจากใส่ครอบฟันตัวจริง ซึ่งถือเป็นปฏิกิริยาปกติของร่างกายที่กำลังปรับตัวเข้ากับวัสดุใหม่

อายุการใช้งานและการดูแลรักษาในระยะยาว

อายุการใช้งานของการทำครอบฟันมักอยู่ที่ประมาณ 10 ถึง 15 ปี แต่สามารถอยู่ได้ยาวนานกว่านั้นหากมีการดูแลรักษาสุขอนามัยช่องปากอย่างสม่ำเสมอ การแปรงฟันวันละสองครั้งและการใช้ไหมขัดฟันทุกวันยังคงเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อป้องกันฟันผุใต้ขอบครอบฟัน รวมถึงการเข้าพบทันตแพทย์ทุก 6 เดือนเพื่อตรวจเช็กความแนบสนิทของขอบวัสดุ พฤติกรรมการเลี่ยงการเคี้ยวของแข็งจัดจะช่วยลดความเสี่ยงในการแตกบิ่นของวัสดุได้เช่นเดียวกับฟันธรรมชาติทั่วไป